จัดพิธี “อี๊ด่ามาหลัวะ” องค์ความรู้ภูมิปัญญาลีซู จากรุ่นสู่รุ่นในการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเพื่อเป็นกุสโลบายในการดูแลป่าตามความเชื่อของพี่น้องลีซูชุมชนบ้านแม่อีแลบและชุมชนใกล้เคียงเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการดูแลทรัพยากรร่วมกัน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ชาวบ้านลีซูจากชุมชนบ้านแม่อีแลบ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนและชุมชนใกล้เคียงได้ร่วมกันจัดพิธีกรรม “อี๊ด่ามาหลัวะ” ซึ่งเป็นพิธีบวชป่าตามประเพณีดั้งเดิมของชนเผ่าลีซู เพื่อแสดงความเคารพต่อธรรมชาติ โดยองค์ความรู้ชาวบ้านในการดูแลทรัพยากรดิน น้ำ และป่าอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วม จากทั้งชุมชนในพื้นที่อำเภอปาย และ อำเภอใกล้เคียงพร้อมทั้งหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นมาร่วมพิธีกรรมอย่างคับคั่งโดยการมาร่วมเปิดพิธีจากนายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ซึ่งพิธีกรรม “อี๊ด่ามาหลัวะ” มีความเชื่อว่าเป็นพิธีที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง “คนกับคน” “คนกับธรรมชาติ” และ “คนกับสิ่งที่มองไม่เห็น” เป็นพิธีกรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อของคนลีซูว่า ป่ามีสิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นคอยดูและช่วยปกป้อง ในการจัดพิธีนี้จึงเป็นเป็นการขอบคุณดวงวิญญาณที่เราไม่สามารถมองเห็นและขอขมาสิ่งที่ชุมชนได้ทำผิดไป จึงเป็นอีกพิธีกกรรมหนึ่งที่จะคอยปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรักและตระหนักในการดูแลในทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ของชุมชน อย่างที่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้สอนและได้สืบทอดกันมา และยังคงสอนให้เยาวชนให้อยู่กับป่าอย่างเกื้อกูล มีการใช้และอนุรักษ์ที่สมดุลและยั่งยืนต่อไป
นอกจากนั้นในพิธียังมีการเปิดเวทีเสวนาพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความกังวลของชุมชนและเครือข่ายลีซูแห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเฉพาะความกังวลต่อเรื่องพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ป่า ภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งชาวบ้านและเครือข่ายชาติพันธุ์ต่างๆมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่าของชุมชน ที่เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ของชุมชนและส่งผลกระทบต่อชุมชน และในเวทียังมีการสร้างความเข้าใจวิถีชีวิต การดำรงอยู่และการจัดการทรัพยากรโดยองค์ความรู้ของชุมชนต่อส่วนงานต่างๆให้มีความเข้าใจวิถีชีวิตชุมชนมากขึ้น

ดังนั้นพิธีกรรม “อี๊ด่ามาหลัวะ” ยังคงเป็นพิธีกรรมที่ชุมชนและเครือข่ายลีซูยังให้ความสำคัญเพราะเป็นเป็นพิธีกรรมที่สำคัญต่อการดูแลและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า อย่างยั่งยืนตามภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาและจะมีการดำรงอยู่และสืบทอดต่อลูกหลานไปอีกสืบไป






