มานพ บุญยืนกุล ไม่ใช่กำนันคนแรก และคงไม่ใช่คนสุดท้ายจากกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง แต่ชีวิตของเขาสะท้อนให้เห็นว่า การเป็นผู้นำไม่ได้เริ่มต้นจากตำราเรียนรัฐศาสตร์ หากเริ่มต้นจากการทำงานกับชุมชนอย่างเข้มข้น

ในวัยเด็ก ด.ช.มานพ โวยยือกู่ คือชาวอ่าข่าที่ไม่มีทั้งบัตรประชาชน ไม่มีโรงเรียน ไม่มีพื้นที่ในระบบรัฐ เขาเติบโตมาในช่วงเวลาที่กลุ่มชาติพันธุ์ยังอาศัยอยู่ในป่าเขา ห่างไกลจากสายตาของนโยบายและกฎหมาย ชีวิตพาเขาออกจากดอย เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ทำงานรับจ้างสารพัด ตั้งแต่ล้างรถ เด็กปั๊ม ไปจนถึงขายซาลาเปา

กลางวันทำงาน กลางคืนพยายามเรียน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับค่าใช้จ่ายและโครงสร้างที่ไม่เคยออกแบบมาเพื่อคนอย่างเขา จนกระทั่งเขาตัดสินใจกลับบ้าน มานพไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อทำไร่ทำสวน แต่ค่อยๆ กลายเป็น “ตัวแทนชุมชน” ผ่านเส้นทางกว่า 28 ปีของการทำงานเพื่อชุมชน

วันนี้ มานพคือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็ยังเป็นคนชาติพันธุ์ที่ตระหนักถึงสิทธิในที่ดิน และปัญหาอื่นๆ ที่คนชาติพันธุ์ต้องเผชิญ เขาคือผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่เข้าใจดีว่ากฎหมายจำนวนมากไม่เคยสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่อย่างแท้จริง