ในเวทีระดับนานาชาติ ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นที่ถูกยอมรับว่าเป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและยังคงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพมากถึง 80% ด้วยองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมด้วย จารีตประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งในประเทศไทย ยังมีกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่กับป่าด้วยองค์ความรู้และวิถีชีวิตมากกว่า 9.6 ล้านคน

ในระหว่าง วันที่ 8-18 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่จากสมาคม IMPECT ร่วมกับตัวแทนชุมชนบ้านแม่ยางมิ้น ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยน ในเวทีนานาชาติ ณ เมืองอะยาคูโช่ (Ayacucho) ประเทศเปรู กับชนเผ่าพื้นเมืองจาก 5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปินส์ เคนญ่า เปรู ไทย 

ซึ่งได้เสนอชุมชนพื้นที่ตัวอย่าง ชนเผ่าพื้นเมืองที่มีการจัดการทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยวิถีชีวิตบนฐานวัฒนธรรม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่ลุกขึ้นมายืนยันสิทธิของตนเองด้วยการจัดทำข้อมูลแผนที่ชุมชนและการสำรวจและติดตามความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชน เพื่อเกิดชุดข้อมูลที่มีการพิสุทธิ์ข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การยอมรับของหน่วยงานและเป็นพื้นที่ตัวอย่าง ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

การจัดทำแผนที่ชุมชน การทำประวัติการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นกระบวนการที่สำคัญต่อการจัดการทรัพยากรและสิทธิที่ดินของชุมชน ทั้งช่วยสร้างหลักฐานยืนยันสิทธิ ว่ามีประวัติการใช้ที่ดินนั้น ๆ มีการใช้ประโยชน์ตั้งแต่บรรพบุรุษ นำไปสู่การลดความขัดแย้งโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมแนวทางการใช้กฎระเบียบกติกา ในการจัดการทรัพยากรและที่ดินร่วมกันทั้งระดับชุมชน ระดับเครือข่ายลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นการรับรองว่าที่ดินเหล่านั้น มีการใช้ประโยชน์มาก่อน ในระดับท้องถิ่น

การติดตามและสำรวจข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นการจัดทำข้อมูลโดยทีมชุมชน ว่าชุมชนมีการดูแลพื้นที่ป่าด้วยองค์ความรู้และวิถีชีวิตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง มีหลักฐาน ตัวชี้วัด ในพื้นที่ป่านั้น ว่ามีความสมบูรณ์และยืนยันว่าชุมชนสามารถดูแลพื้นที่ป่าได้ เช่น การติดตามพันธุ์ปลา ที่อาศัยในพื้นที่น้ำสะอาดเท่านั้น ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ มีความหนาแน่นของประชากรปลา รวมถึงสุขภาพปลา และคุณภาพของน้ำ เป็นต้น รวมถึงการทำข้อมูลร่วมกับนักวิชาการในประเทศไทยและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อนำไปสู่ข้อมูลทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือและพิสูทธิ์ข้อเท็จจริงได้

ซึ่งการจัดทำข้อมูลโดยชุมชนนั้นมีความสำคัญมาก นอกจากการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ชุมชนด้วยวิถีชีวิตและองค์ความรู้ของชนเผ่าพื้นเมืองแล้ว จำเป็นต้องมีข้อมูลที่เป็นรูปธรรม ที่มีตัวชี้วัดชันเจนและอ้างอิงจากทางวิทยาศาสตร์ได้ เช่น แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม การเก็บข้อมูลความหลากหาลยทางชีวภาพ ของชุมชน

นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้แนวทางการจัดการทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศเปรู ที่มีการสำรวจและติดตามความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำ ตาน้ำของชุมชน ในช่วงหน้าแล้ง ว่าพื้นที่ป่าและน้ำที่ชุมชนดูแลนั้น สามารถผลิตปริมาณน้ำได้เท่าไหร่ต่อปีเพื่อเป็นข้อมูลยืนยันถึงชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองในเปรู มีการดูแลทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ และการฟื้นฟูพื้นที่ป่าสน การปรับตัวในการทำเกษตรรูปแบบใหม่ รวมถึงการรักษาเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านของชุมชนโดยมีการทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองมีการจดทะเบียนด้านองค์ความรู้ของชนเผ่าในระดับท้องถิ่น เช่น ดนตรีของชนเผ่าพื้นเมือง เป็นต้น

ซึ่งการรวมตัวของเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกเพื่อยืนยันสิทธิของชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น โดยแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (National Biodiversity Strategies and Action Plans – NBSAPs) เป็นกลไกสำคัญที่รัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ต้องดำเนินการเพื่อกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเด็นว่าด้วย “สิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น” (Indigenous Peoples and Local Communities – IPLCs)

การที่ประเทศไทยต้องจัดทำ NBSAP ฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับกรอบ KMGBF จึงหมายความว่า รัฐมีพันธะในการบูรณาการสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองเข้าสู่แผนโดยตรง ไม่ใช่ในฐานะเพียงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายหนึ่ง แต่ในฐานะ “เจ้าของพื้นที่การจัดการเชิงวัฒนธรรม” (territorial managers) ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปรากฏเด่นชัดในงานวิชาการด้านความยั่งยืนทั่วโลก

ซึ่งเป็นข้อท้าทายของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองในไทย ที่มีองค์ความรู้ ความเชื่อในการจัดการทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ การพึ่งพาอาศัยระหว่างคนกับป่าและมีการยกระดับการจัดทำข้อมูลแผนที่ชุมชนและข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพโดยชุมชน แต่ในพื้นที่ป่าและที่อยู่อาศัยพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองโดยส่วนใหญ่ถูกการประกาศเขตป่าอนุรักษ์ของรัฐทับ (ป่าอุทยาน,ป่าสงวน) จำเป็นต้องมีการยอมรับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและมีแผนงานความร่วมมือ ในฐานะเจ้าของพื้นที่

เขียงโดย: อิสระ พนาสันติกุล